Forexthai.in.th ย่อให้

  • ระบบเทรด Break out London: ระบบเทรดไทม์เฟรม 15 นาทีที่ใช้ประโยชน์จากปริมาณการซื้อขายในตลาดลอนดอนในการเทรดคู่เงิน GBP/USD และ EUR/USD
  • หลักการเทรดเบื้องต้น:  วางแผนการเทรดในช่วงเวลาตลาดลอนดอนเปิด 4 ชั่วโมงแรกเพื่อหาราคา High/Low และคอนเฟิร์มการเทรดด้วยการ Break Out
  • เครื่องมือที่ใช้: Forex Time Session 
  • ข้อดี: ไม่ต้องเฝ้าจอ วางแผนล่วงหน้าได้, ชนะตลาดที่เป็นเทรนด์
  • ข้อเสีย: แพ้ตลาดผันผวนสูง, มีความเสี่ยงสูงบางครั้ง

ภาพปกระบบเทรด Break out London

หลักการเทรดเบื้องต้น

ระบบเทรดนี้เป็นระบบเทรดที่เล่นกับปริมาณการซื้อ-ขาย ในช่วงเวลาตลาดลอนดอนเปิดโดยเราจะต้องเข้ามาวางแผนการเทรดในช่วงเวลา 11:00 น ถึงเวลา 14:00 น เป็นช่วงเวลาก่อนตลาดเปิด โดยเทรด ในคู่เงินที่เหมาะสมกับช่วงเวลาตลาดลอนดอนอย่างเช่น GBP/USD หรือ EUR/USD  และรอการ Break Out เพื่อดูทิศทางของราคาและเทรดตามทิศทางที่เกิดขึ้น ระบบเทรดนี้เป็นระบบเทรดที่ใช้ในไทม์เฟรม 15 นาที

เครื่องมือที่ใช้เทรด 

  1. Forex Time Session

Forex Time Session (ช่วงเวลาตลาด Forex)

Time Session (ช่วงเวลาตลาด Forex)
ภาพแสดงการเปิด-ปิดของตลาดในแต่ละภูมิภาคซึ่งจะมีผลต่อปริมาณการซื้อ-ขายของคู่เงิน

ถึงแม้ว่าตลาด Forex จะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ แต่ก็ใช่ว่าคู่เงินในตลาดจะมีปริมาณการซื้อขายตลอดทั้งวัน ปริมาณการซื้อ-ขายของคู่เงินใดคู่เงินหนึ่งจะมากขึ้นเมื่อตลาดของคู่เงินนั้น ๆ เปิดแล้วจะลดลงเมื่อตลาดของคู่เงินนั้นปิด ซึ่งการเทรดในตลาด Forex นักเทรดทุกคนจะต้องรู้เวลาการเปิดการปิดของตลาดเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรครับ ซึ่งช่วงเวลาในตลาด Forex แบ่งออกเป็น 4 ช่วงด้วยกัน

  1. ตลาดซิดนีย์ออสเตรเลีย (เวลา 3:00 น ถึง 12:00 น)  เหมาะกับค่าเงินที่จับคู่กับ AUD และ NZD 
  2. ตลาดโตเกียวญี่ปุ่น (เวลา 7:00 น ถึง 16:00 น) เหมาะกับค่าเงินที่จับคู่กับ JPY
  3. ตลาดยูโร-ลอนดอน (เวลา 15:00 น ถึง 00.00 น.) เหมาะกับค่าเงินที่จับคู่กับ GBP, CHF และ EUR
  4. ตลาดนิวยอร์คอเมริกา (เวลา 19:00 น ถึง 4:00 น)  เหมาะกับค่าเงินที่จับคู่กับ USD และ CAD 

ซึ่งช่วงเวลาที่มีปริมาณการซื้อ-ขาย มากที่สุดก็คือช่วงเวลา 1-2 ชั่วโมงแรกของแต่ละตลาดเปิดและช่วงเวลาก่อนตลาดปิด

เงื่อนไขการเทรดขาขึ้น 

เงื่อนไขการเทรดขาขึ้น

1. ดูกรอบราคาในช่วงเวลา 11:00 น ถึง 14:00 น ในกราฟไทม์เฟรม 15 นาที

เงื่อนไขการเทรดขาขึ้น

2. ตีเส้นแนวนอนที่ราคา High และ Low ในช่วงเวลานั้น

เงื่อนไขการเทรดขาขึ้น

3. ตั้งคำสั่ง Buy Stop ไว้ที่ราคา High

เงื่อนไขการเทรดขาขึ้น

4. ตั้ง Stop Loss ที่ราคา Low ของช่วงเวลา 11:00 น ถึง 14:00 น

เงื่อนไขการเทรดขาขึ้น

5. ตั้ง Take Profit 1  ที่ 30 ปี๊บ

เงื่อนไขการเทรดขาขึ้น

6. ตั้ง Take Profit 2 ที่  60 ปิ๊ป

เงื่อนไขการเทรดขาลง 

เงื่อนไขการเทรดขาขึ้น

1. ดูกรอบราคาในช่วงเวลา 11:00 น ถึง 14:00 น  ในกราฟไทม์เฟรม 15 นาที

เงื่อนไขการเทรดขาขึ้น

2. ตีเส้นแนวนอนที่ราคา High และ Low ในช่วงเวลานั้น

เงื่อนไขการเทรดขาขึ้น

3. ตั้งคำสั่ง Sell Stop ไว้ที่ราคา Low

เงื่อนไขการเทรดขาขึ้น

4. ตั้ง Stop Loss ที่ราคา High ของช่วงเวลา 11:00 น ถึง 14:00 น

เงื่อนไขการเทรดขาขึ้น

5. ตั้ง Take Profit 1  ที่ 30 ปี๊บ

เงื่อนไขการเทรดขาขึ้น

6. ตั้ง Take Profit 2 ที่  60 ปิ๊ป

ข้อดีและข้อเสียของระบบ Break out London

ข้อดีและข้อเสียของระบบเทรด
ภาพสรุปข้อดีและข้อเสียของระบบเทรดเพื่อให้นักเทรดได้นำไปพิจารณาก่อนที่จะใช้งานจริง

ข้อดีของระบบเทรด

  1. เป็นระบบที่ทำกำไรได้ดีในตลาดที่เป็นเทรนด์
  2. เป็นระบบที่วางแผนไว้ล่วงหน้าได้ไม่จำเป็นต้องเฝ้าจอ
  3. เป็นระบบที่มีขั้นตอนน้อยสามารถทำตามได้ง่าย เหมาะกับคนไม่มีเวลา และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย
  4. มีความเสี่ยงต่ำมีทำ RR สูง รันเทรนด์ได้ในบางเทรด

ข้อเสียของระบบเทรด 

  1. บางครั้งราคาวิ่งไปไม่ถึง TP 2
  2. บางการเทรดมีความเสี่ยงสูง
  3. แพ้ตลาด Side Way และตลาดที่มีความผันผวนสูง

คำแนะนำการใช้ระบบเทรด 

คำแนะนำการใช้งานระบบเทรด
ภาพสรุป 5 คำแนะนำการใช้งานระบบเทรดเพื่อให้นักเทรดได้นำระบบไปพัฒนาต่อยอด
  1. สามารถลองนำระบบเทรดนี้ไปใช้กับช่วงเวลาเปิดตลาดนิวยอร์คหรือตลาดโตเกียวได้
  2. หลีกเลี่ยงการเทรดในวันที่มีข่าวรุนแรง
  3. คำนวณ Lot Size ตามความเสี่ยงในแต่ละวัน
  4. หาเทคนิคการ Trailing Stop เข้ามาช่วยในการรันเทรนด์
  5. นำระบบไป Back Test ก่อนใช้งานจริง

สรุป

ระบบเทรด Break out London เป็นระบบเทรดที่อาศัยประโยชน์จากของปริมาณการซื้อ-ขาย ที่เข้ามาในช่วงเวลาตลาดลอนดอนเปิดในการเข้าเทรด Break Out โดยเราจะเทรดในคู่เงินที่อยู่ในช่วงเวลาตลาดลอนดอนเช่น GBP/USD หรือ EUR/USD ระบบเทรดนี้เป็นระบบเทรดสั้นในไทม์เฟรม 15 นาทีแต่ก็สามารถถือกำไรระยะยาวได้ถ้าแนวโน้มของเทรนด์แข็งแรง

ข้อดีของระบบเทรดนี้คือสามารถวางแผนไว้ล่วงหน้าและไม่ต้องเฝ้าจอครับ และระบบก็สามารถทำกำไรได้ดีในสภาวะตลาดที่เป็นเทรนด์ แต่ก็มีข้อเสียคือในสภาวะตลาดที่ไม่เป็นเทรนด์ (Sideway) เราจะไม่มีสัญญาณให้เทรดหรือบางครั้งอาจโดนกินรวบทั้งหน้า Buy และ Sell โดยเฉพาะในช่วงเวลาตลาดผันผวนยิ่งน่ากลัวเลยครับ

อย่างไรก็ตามระบบเทรดนี้มีแนวทางในการเทรดที่ชัดเจนมากมือใหม่ก็ทำตามได้ง่าย แถมยังเหมาะกับคนไม่มีเวลาอีกด้วย สามารถนำไปปรับใช้ในช่วงเวลาตลาดอื่นๆได้ ถ้าอยากเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบเทรดอาจลองหาวิธีในการทำกำไรให้มากขึ้น หาวิธีในการปรับผลตอบแทนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ได้รับ และหลีกเลี่ยงตลาดที่มีความผันผวนสูง สุดท้ายก็นำระบบไป Backtest เพื่อหาข้อมูลสถิติและนำมาปรับปรุงก่อนใช้งานจริง เพียงแค่นี้ระบบเทรดนี้ก็เป็นระบบเทรดที่จะทำให้เพื่อนๆสามารถทำกำไรจากตลาด Forex ได้แล้วครับ

แหล่งเรียนรู้เพิ่มเติมอัพสกิลการเทรดเพื่อนำไปต่อยอดการเทรด

อ้างอิง

ทีมงาน: forexthai.in.th

แสดงข้อคิดเห็น ให้กำลังใจ

comments

สารบัญบทความ