Forexthai.in.th ย่อให้

  • รูปแบบกราฟราคาทั้ง Double Tops (จุดสูงสุดสองครั้งในแนวโน้มขาขึ้น) และ Double Bottoms (จุดต่ำสุดสองครั้งในแนวโน้มขาลง) สามารถบอกถึงการกลับตัวหรือการพักตัวของแนวโน้มราคา
  • เทรดเดอร์มือใหม่ควรมีวินัยและอดทนรอการยืนยันสัญญาณก่อนเข้าเทรด เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของ False Breakout ที่อาจทำให้เข้าใจผิดว่าราคาจะไปต่อ
  • แนะนำให้สังเกตลักษณะแท่งเทียนและพฤติกรรมราคา บริเวณ Double Tops และ Double Bottoms เพื่อระบุว่าราคาอยู่ในช่วงพักตัวหรือเปลี่ยนแนวโน้ม
  • รวมถึงการใช้ Bollinger Band เพื่อเข้าใจความผันผวนและแนวโน้มของราคา การสังเกต Divergence ระหว่างราคาและอินดิเคเตอร์เพื่อยืนยันสัญญาณการกลับตัว

Double Tops และ Double Bottoms

ขอต้อนรับเข้าสู่อีกหนึ่งกลยุทธ์เทรด Forex ที่น่าสนใจกันครับ กลยุทธ์นี้จะเป็นการสังเกตกราฟราคาที่เรียกว่า “Double Tops และ Double Bottoms” ซึ่งในบทความนี้เราจะไปเรียนรู้วิธีการเทรดกันครับ


Double Top และ Double Bottom คืออะไร?

  • ขอเริ่มต้นที่ Double Tops ก่อนนะครับ มันคือการที่กราฟราคาเคลื่อนที่เป็นแนวโน้มขาขึ้นและทำจุดสูงสุด 2 ครั้ง ในระดับใกล้เคียงกัน แต่ก็ไม่สามารถไปต่อได้และราคาก็กลับตัวลงมา
  • ส่วน Double Bottoms ก็เหมือนกันเลยครับเพียงแต่เกิดกับกราฟที่เป็นขาลงและทำจุดต่ำสุด 2 ครั้ง ก่อนจะไม่สามารถผ่านไปได้เช่นกัน
  • การเกิดรูปแบบ Double Tops กับ Double Bottoms นี้ ส่วนใหญ่จะเป็นการกลับตัวและเปลี่ยนแนวโน้มไปเลย แต่บางครั้งก็เป็นแค่การพักตัวของราคาสุดท้ายก็ไปต่อทางเดิม
รูปแบบ Double Tops และ Double Bottoms
ลักษณะกราฟรูปแบบ Double Tops เป็นลักษณะกราฟของการกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลง ส่วนกราฟแบบ Double Bottoms เป็นการกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้น

เทรดเดอร์มือใหม่ต้องระวัง!!!

รูปแบบ Double Top และ Double Bottom มันมีสิ่งหนึ่งที่เทรดเดอร์มือใหม่ต้องระวังคือเรื่องของ “วินัย” และรู้จักการ“รอ” เพราะบางครั้งเมื่อราคากำลังสร้างรูปแบบ Double Bottom บางครั้งจะเกิด False Breakout เหมือนราคาหลอกเราว่าหลุดแนวรับแล้ว เทรดเดอร์จำนวนมากจึงเข้าใจผิดว่าราคาจะลงต่อ ซึ่งอาจจะเกิดเหตุการณ์

  • เข้า Sell ณ จุดที่ราคาหลุดแนวรับ
  • รีบปิดออเดอร์ Buy เพราะคิดว่าราคาไม่สามารถกลับขึ้นมาได้แล้ว

แต่สุดท้ายจากในรูปภาพด้านล่างนี้ราคาก็เฉลยว่ามันเป็นเพียงแค่การ สะสมแรงซื้อ ก่อนที่ราคาจะดีดตัวกลับขึ้นไปตามแนวโน้มหลัก ไม่ใช่การกลับตัวแค่เป็นการพักตัวของราคาเท่านั้น ซึ่งสามารถเกิดกับรูปแบบ Double Top ก็ได้

False Breakout
สิ่งที่มักจะหลอกเทรดเดอร์มือใหม่เมื่อเจอรูปแบบ Double Top และ Double Bottom คือ False Breakout ที่ราคาทำแท่งทะลุแนวรับ-แนวต้าน แต่ไปได้ไม่ไกลก็กลับตัว

บทเรียนที่ได้จากกราฟนี้คือ

  • การมีวินัยและอดทนรอ เพื่อเป็นการยืนยันแนวโน้มที่แท้จริง ซึ่งเทรดเดอร์มือใหม่อาจประมาทดูเพียงแค่ราคาได้หลุด แนวรับ-แนวต้านแล้ว ก็รีบเข้าออเดอร์ตาม แต่มืออาชีพจะดูอินดิเคเตอร์อื่นๆ ประกอบด้วย
  • และอินดิเคเตอร์ที่ว่าก็อย่างเช่น
    • Volume: เพื่อดูปริมาณการซื้อขายว่ามันเมกเซนส์หรือไม่ อย่างราคาทะลุแนวรับของ Double Bottom แต่ Volume ต่ำ แสดงว่าอาจเป็น False Breakout
    • RSI: เอาไว้ดูว่าเกิด Divergence หรือไม่ ถ้าราคา ทำ Low ใหม่ แต่ RSI ไม่ทำ Low ใหม่ อาจเป็นสัญญาณกลับตัวของ Double Bottom เป็นต้น
  • บทเรียนที่เทรดเดอร์มือใหม่จะได้จากเคสนี้คือการวิเคราะห์ให้รอบด้านพร้อมกับการอดทนรอหลังจาก Breakout เพื่อดูให้แน่ใจก่อนเข้าเทรดครับ

วิธีการเทรด Double tops และ Double bottoms

ต่อมาเรามาดูวิธีการเข้าเทรดหลังจากที่เราระบุแพทเทิร์น Double tops และ bottoms ได้แล้ว ว่ามีการเข้าเทรดอย่างไร ใช้อินดิเคเตอร์ตัวไหน ซึ่งจะเป็นการอธิบายและยกตัวอย่างเพิ่มเติมต่อจากเนื้อหาด้านบนครับ

สังเกตพฤติกรรมราคา

การสังเกตพฤติกรรมราคา
วิธีแรกคือใช้การสังเกตโดยยังไม่ใช้อินดิเคเตอร์ เราสามารถระบุลักษณะ Double bottoms และจะเข้าเทรด Buy เมื่อราคายืนยันโดยการกลับตัวแบบสมบูรณ์ทะลุ Neckline หรือสามารถเข้า Sell เมื่อแท่งเทียนทะลุแนวรับลงมาและปิดแท่งใต้แนวรับ
  • อย่างแรกที่เราจะสังเกตคือพฤติกรรมราคาครับ การระบุ Double tops และ bottoms ไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือมันจะเป็นการพักตัวหรือการเปลี่ยนแนวโน้มเราสามารถดูได้ที่ลักษณะแท่งเทียนครับ
  • ดูจากกลุ่ม Double Bottoms ในโซนขีดสีฟ้า จะเห็นว่าลักษณะการเกิด Double Bottom จะมีแรงซื้อเข้ามาต้านอยู่บ้านทำให้แท่งเทียนมีลักษณะทิ้งไส้ยาวๆ ซึ่งบ่งบอกถึงการกลับตัวขึ้น
  • ผิดกับฝั่งของโซนขีดสีเหลืองที่แท่งเทียนยาวและทะลุแนวรับลงไปเลย บ่งบอกว่าแรงขายมีเยอะกว่าแรงซื้ออย่างมาก
  • การเข้าเทรดจากการสังเกตลักษณะและพฤติกรรมนี้
    • สำหรับโซนฟ้าเราต้องรอจนมั่นใจว่าราคาได้กลับตัวขึ้นมาจริงและปิดแท่งเทียนที่ทะลุเส้นคอ (Neckline) สามารถเข้า Buy ตามได้แบบสั้นๆ
    • สำหรับโซนเหลืองเมื่อปิดจบแท่งเทียนที่ยาวทะลุลงมาสามารถเข้า Sell ตามได้

Bollinger Band

อินดิเคเตอร์ Bollinger Band
การใช้อินดิเคเตอร์อย่าง Bollinger Band มาเป็นตัวช่วยยืนยันการกลับตัวเสริมเข้ากับ Double tops กับ bottoms ก็จะยิ่งมีโอกาสเพิ่มความแม่นยำและเข้าเทรดได้สวยๆ
  • การใช้ Bollinger Band เป็นอินดิเคเตอร์ที่ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจความผันผวนและแนวโน้มของราคาได้ดีขึ้น โดยส่วนมากแล้วหากราคาทะลุออกนอกกรอบ Bollinger Band แล้ว วกกลับเข้ามา มักจะเป็นสัญญาณของการกลับตัว
  • ความกว้างของ Bollinger Band มันคำนวณจาก ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ดังนั้นถ้าเส้น Band อ้าออกกว้างก็แสดงถึงความผันผวนของตลาดที่สูง บ่งบอกถึงความไม่แน่นอนและความยากในการกลับตัว
  • จากในรูปภาพตัวอย่างสังเกตว่าราคาทะลุออกจากกรอบไปแล้ววกกลับเข้ามาใหม่ ซึ่งเป็นสัญญาณการกลับตัว บวกกับรูปแบบการก่อตัวของ Double Tops และแท่งเทียนทิ้งไส้ยาวขึ้นด้านบน
  • เมื่อมีการยืนยันจากทั้ง Bollinger Band, รูปแบบกราฟ, และแท่งเทียนกลับตัว สามารถเข้า Sell ได้ โดยตั้ง TP, SL ตามแผนที่วางไว้ได้เลยครับ

สัญญาณ Divergence

Divergence
Divergence คือการขัดแย้งกันระหว่างกราฟราคากับอินดิเคเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่เทรดเดอร์จะใช้ในการระบุแนวโน้มการกลับตัว ซึ่งสามารถเอามาประยุกต์ใช้กับกราฟ Double tops กับ bottoms ได้
  • Divergence คือการเคลื่อนไหวของราคาและอินดิเคเตอร์เกิดความขัดแย้งกัน เช่น ราคาเคลื่อนที่ในทิศทางลง แต่อินดิเคเตอร์กลับเคลื่อนที่และส่งสัญญาณในทิศทางตรงข้าม ซึ่งส่วนใหญ่เทรดเดอร์จะรู้ว่ามันคือสัญญาณกลับตัว
  • จากในภาพด้านบน ราคากำลังสร้างรูปแบบ Double Bottom แต่อินดิเคเตอร์กลับแสดงสัญญาณขัดแย้ง นั่นหมายความว่าแรงของราคาที่จะลงต่อเริ่มอ่อนตัว
  • หากราคาเกิดรูปแบบ Double Bottom พร้อมกับ Divergence เช่นนี้ เราสามารถเข้าเทรด Buy แบบเน้นชัวร์ที่เส้นเมื่อราคาทะลุผ่าน เส้นคอ (Neckline) ของ Double Bottom
  • แนะนำเพิ่มเติมว่าใช้ระยะห่างระหว่างจุดต่ำสุดถึงเส้นคอเป็นเกณฑ์ในการตั้ง Take Profit

ข้อระวังด้านจิตวิทยาการเทรด

การเทรดด้วยรูปแบบ Double Tops กับ Double Bottoms นั้น ไม่ใช่แค่การวิเคราะห์ทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับจิตวิทยาการเทรดอย่างมากด้วย

ความโลภและการไม่รับรู้ว่าสัญญาณกลับตัว:

  • เมื่อราคาทะยานขึ้นหรือลดลงอย่างต่อเนื่องและเกิดรูปแบบ Double Top หรือ Double Bottom เทรดเดอร์บางคนอาจถูกความโลภครอบงำ ไม่ยอมปิดออเดอร์การเทรดเพราะหวังว่าราคาจะไปต่อ ซึ่งมันอาจจะเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง คือกลับตัวหรือไปต่อ

ความกลัวและการตัดสินใจผิดพลาด:

  • ในขณะที่ราคากำลังสร้างรูปแบบ Double Tops หรือ Double Bottoms เทรดเดอร์มือใหม่อาจจะกลัวเพราะยังไม่เคยเจอรูปแบบนี้และรีบตัดสินใจปิดออเดอร์การเทรดทั้งๆ ที่ยังไม่มีสัญญาณยืนยันการกลับตัว ก็พลาดโอกาสไป

ความมั่นใจเกินไป และปรากฏการณ์แห่ตาม (Bandwagon Effect):

  • แม้ว่าจะเกิดรูปแบบ Double Tops หรือ Double Bottoms ไปแล้ว และอาจจะมีอินดิเคเตอร์ยืนยันบางตัว แต่ก็ไม่ควรมั่นใจจนเกินไปและรีบเข้าออเดอร์ เพราะเราต้องระวังสัญญาณหลอก (False Breakouts) ด้วย รวมถึงการเข้าเทรดแบบไม่มี Stop Loss, Take Profit เช่นกัน
  • ยิ่งไปกว่านั้น ในบางครั้งความมั่นใจ อาจเกิดจาก “ปรากฏการณ์แห่ตาม (Bandwagon Effect)” เมื่อเทรดเดอร์เห็นว่าคนส่วนใหญ่ในตลาด ต่างพูดถึงและให้เชื่อมั่นใน Double Top/Bottoms ก็ทำให้เกิดความมั่นใจอย่างผิดๆ และตาม “กระแส” โดยไม่ได้วิเคราะห์ข้อมูลรอบด้านเลย สุดท้ายก็กลายเป็นหมูอีกตัว ส่งเชือดในตลาด
ข้อระวังด้านจิตวิทยาการเทรด
จากหัวข้อข้างต้นสิ่งที่เทรดเดอร์มักจะต้องระวังคือเรื่องของจิตวิทยาในการเทรดเพราะส่วนใหญ่มักจะอดทนรอให้ราคายืนยันสัญญาณไม่ค่อยได้ และมักเป็นกับดักของการเทรดรูปแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง

วิดีโอเกี่ยวกับ Double Tops & Double Bottoms

การเข้าเทรดเมื่อเจอรูปแบบกราฟ Double Tops หรือ Double Bottoms เครดิต By The Moving Average Focus นาทีที่ 2:33-05:03

ทีมงาน forexthai ไปเจอกับคลิปวิดีโอตัวหนึ่งที่อธิบายการเข้าเทรดเมื่อเจอรูปแบบกราฟ Double Tops หรือ Double Bottoms ซึ่งในคลิปจะอธิบายการเข้าเทรดแบบละเอียดและเห็นภาพครับ จึงเอามาแชร์ต่อให้ผู้อ่านเผื่อว่าจะได้ประโยชน์และเคล๊ดลับใหม่ๆ จากคลิปนี้

  • Focus นาทีที่ 01:34 รูปแบบ Double Top & Double Bottom เป็นรูปแบบการกลับตัว
  • Focus นาทีที่ 04:38 รูปแบบ Double Top & Double Bottom สามารถใช้เพื่อระบุโอกาสในการซื้อและขาย
  • Focus นาทีที่ 05:00 รูปแบบ Double Top & Double Bottom เป็นรูปแบบที่เชื่อถือได้ซึ่งสามารถใช้เพื่อทำกำไรได้

สรุป

เห็นกันแล้วใช่ไหมครับว่าการเทรดด้วยรูปแบบ Double Tops และ Double Bottoms เป็นเทคนิคที่ทรงพลังอย่างหนึ่งเลย แต่สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่หรือใครที่ยังไม่ชำนาญก็อยากจะแนะนำให้ระบุสัญญาณร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ เช่น Bollinger Bands และ Divergence จะยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือของสัญญาณได้ครับ

สุดท้ายนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ การศึกษาและฝึกฝนอย่างต่อเนื่องคือสิ่งที่ทำให้เราเติบโตในสายอาชีพนี้ครับเพราะโลกของการลงทุนและตลาด Forex นั้นมีเรื่องให้เราต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา

Nakrob Seareechon

บรรณาธิการ/Web master

ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์การเงิน พัฒนาระบบเทรดอัตโนมัติและพัฒนาเว็บไซต์ควบคู่การเทรดด้วยตนเอง

Krisorn Himmapan

Content Writer

ประสบการณ์เทรด Forex 12+ ปี จากพนักงานบริษัทสู่เทรดเดอร์อาชีพ เน้นกลยุทธ์ Long-term Trading

Nakrob Seareechon
บรรณาธิการ/Web master

ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์การเงิน พัฒนาระบบเทรดอัตโนมัติและพัฒนาเว็บไซต์ควบคู่การเทรดด้วยตนเอง

อ่านประวัติเพิ่มเติม

Krisorn Himmapan
Content Writer

ประสบการณ์เทรด Forex 12+ ปี จากพนักงานบริษัทสู่เทรดเดอร์อาชีพ เน้นกลยุทธ์ Long-term Trading

อ่านประวัติเพิ่มเติม

ทีมงาน: forexthai.in.th

แสดงข้อคิดเห็น ให้กำลังใจ

comments

สารบัญบทความ