Bull Market , Bear Market คือ อะไร ?

ผมไม่แน่ใจว่าคุณจะเคยได้ยินคำสองคำนี้หรือไม่ แต่ผมบอกเลยครับว่าทั้งสองคำนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อตลาดการเทรด forex เป็นอย่างมาก เพราะว่าหากคุณนั้นเข้าใจสองสภาวะตลาดนี้แล้ว เป็นเรื่องง่ายมาก ถึงมากที่สุดที่คุณนั้นจะสามารถทำเงินได้จากการเทรด forex ดังนั้นใครที่ยังไม่รู้ความหมายของสองคำนี้ ก็มาดูความหมายไปพร้อมๆกันครับ

Bull Market คืออะไร

ตลาดกระทิง คือความหมาของคำว่า Bull Market1 สภาวะตลาดที่เป็นแบบกระทิง คือ ตลาดที่มีเส้นเทรนไลน์ (Up trend) แบบชันขึ้นมากกว่า 45 องศา หากเส้นมีความชันแบบนี้ถือว่าเป็น Bull Market โดยปกติมักเอา TF แบบ 1H ขึ้นไปมาเป็นตัวกำหนด แต่หากใช้เส้นต่ำกว่านี้ จะยังไม่สามารถบอกว่าเป็น  Bull Market ได้แน่นอน 100%

Bear Market คืออะไร

ตลาดหมี คือความหมายของคำว่า Bear Market สภาวะตลาดที่เป็นแบบหมี คือ ตลาดที่มีเส้นเทรนไลน์ (Down trend)  แบบชันลงมากกว่า 45 องศา หากเส้นมีความชันแบบนี้ถือว่าเป็น Bear Market โดยปกติมักเอา TF แบบ 1H ขึ้นไปมาเป็นตัวกำหนด แต่หากใช้เส้นต่ำกว่านี้ จะยังไม่สามารถบอกว่าเป็น  Bear Market ได้แน่นอน 100%

เทคนิคการเทรด forex ในตลาด Bull Market

กลยุทธ์ง่ายๆในการทำกำไรกับ ตลาดกระทิงคือ ให้เราใช้การเปิดคำสั่งซื้อ (Buy Order) เท่านั้น โดยรอดูจุดที่ค่า RSI ต่ำกว่า 30 และทำสัญญาณกลับตัวขึ้น หรืออาจเลือกดูที่ค่า MACD เพื่อดูเรื่องของการกลับตัวในทิศทางขาขึ้นของกราฟก็ได้ครับ และ ห้ามแทงสวน หรือเทรดสวนตลาดขาขึ้นหรือตลาดกระทิงโดยเด็ดขาด เจ็บกันมาเยอะแล้ว!

เทคนิคการเทรด forex ในตลาด Bear Market

สำหรับกลยุทธ์ในการเทรด forex เพื่อทำกำไรในตลาดขาลง หรือ Bear Market เราจะใช้คำสั่งขาย (Sell Order) เท่านั้น โดยสำรวจค่า RSI ถ้ามากกว่า 80 และทำสัญญากลับตัวขาลง เพียงเท่านี้ก็พอครับ และเหมือนเช่นเดิมคือ อย่าเปิดแทงสวนเทรนโดยเด็ดขาด เพราะการทำแบบนี้มีความเสียงอย่างมากที่จะเกิดการล้างพอร์ตครับ ตรงนี้ความรู้เรื่องเทรนจะสามารถช่วยในการเทรดได้มากทีเดียว

เห็นไหมครับว่า ถ้าคุณเจอสภาวะตลาดของ 2 อย่างข้างต้นที่ได้กล่าวไปนี้ ถือว่าเป็นอะไรที่โชคดีมากๆ เพราะว่าคุณสามารถที่จะทำกำไรได้อย่างรวดเร็วและง่ายๆมากๆ โดยการใช้อินดี้แค่ 2 ตัวได้แก่ MACD กับ RSI เท่านั้น ดังนั้นถ้าเจอสภาวะตลาดแบบนี้แล้ว ก็โปรดอย่าลืมเทรดทำกำไรกันเยอะๆครับ

รูปแบบของ Bull และ Bear Market

รูปแบบของ  ตลาดหมีและตลาดกระทิง เป็นรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน เพียงแค่ทิศทางการเคลื่อนไหวตรงกันข้ามเท่านั้น รูปแบบของมัน มี 2 –  3 รูปแบบหลัก ๆ  โดยในวันนี้ผมจะกล่าวถึง 3 รูปแบบ ได้แก่  รูปแบบเคลื่อนไหวรุนแรง  รูปแบบ เคลื่อนไหวค่อยเป็นค่อยไป รูปแบบ แกว่งตัวมีทิศทาง ทั้ง 3 รูปแบบเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุดในตลาด Forex โดยมีรูปประกอบดังต่อไปนี้ 

รูปแบบการเคลื่อนไหวค่อยเป็นค่อยไป 

รูปแบบการเคลื่อนไหวค่อยเป็นค่อยไป จะทำให้เกิดกราฟขาลงชัดเจน แต่ไม่มีแท่งยาว ๆ แต่ว่าก็จะค่อย ๆ ลงสลับขึ้นตลอดไม่หวือหวา มีทิศทางแน่นอนในกราฟแท่งเล็ก ขณะที่รูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่เทรดยากที่สุดเพราะว่า หลายคนคาดหวังกราฟกลับตัว อย่างไรก็ตาม มันก็อาจจะนาน หรือไม่นานก็ได้ เราจึงไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นนานเท่าไหร่ 

รูปแบบเคลื่อนไหวรุนแรง 

รูปแบบเคลื่อนไหวรุนแรง จะเกิดการเคลื่อนไหวรุนแรง ความชันสูง ดังรูปในวงกลม แต่ว่าระยะเวลาอาจจะเกิดสั้น ๆ เพียงช่วงเวลาหนึ่งของ Time Frame เป็นรูปแบบที่เทรดตามน้ำง่ายที่สุดเช่นกัน 

รูปแบบแกว่งตัวมีทิศทาง

รูปแบบการแกว่งตัวมีทิศทาง คือ การผสมกันของรูปแบบ 2 รูปแบบก่อนหน้า ทำให้มันแกว่งตัวกว้างมาก แต่ก็มีทิศทาง ซึ่งคล้าย ๆ กับ Side Way up หรือ Side Way ดาวน์ 

ระบบเทรด RSI + SMA + MACD ปี 2023

ระบบเทรดที่ใช้ Indicator 3 ตัว ได้แก่ RSI, SMA, MACD ร่วมกันเป็นระบบเทรดใหม่ที่คิดค้นเมื่อปี 2023 ซึ่งการนำ indicator แต่ละตัวมารวมกันนั้นถือว่าเป็นการปิดจุดอ่อนของกันและกันได้อย่างดีในระดับหนึ่งเลยครับ ซึ่งตามทฤษฎีแล้วมันจะทำงานร่วมกันประมาณนี้ครับ

  1. RSI จัดว่าเป็น Indicator ชั้นนำในประเภท Oscillator ซึ่งหมายความว่า RSI จะแสดงการเปลี่ยนแปลงราคาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเราจะตั้งค่า default นั่นคือ period = 14 และใช้เพียงเส้น 50 เท่านั้น
  2. SMA คือ indicator ที่เป็น Lagging และ Trend-Following ซึ่งเราจะปล่อยให้ RSI ได้แสดงจุดกลับตัวในขณะที่เราจะใช้ SMA เพื่อยืนยันความเป็นเทรนของกราฟ
  3. MACD เป็น indicator ที่เราจะใช้เพื่อแสดงความแข็งแรงของเทรน และทิศทางของเทรนนั้น ๆ ซึ่งวิธีนี้จะใช้เพื่อยืนยันสัญญาณจาก RSI และ SMA อีกชั้นนึงครับ

วิธีการตั้งค่า Indicator

  1. RSI period = 14
  2. SMA period = 14 และ MA method = Simple
  3. MACD = default

เงื่อนไขการเข้า Buy

  1. RSI วิ่งตัดเส้น 50 ขึ้นไป
  2. แท่งเทียนวิ่งตัดเส้น SMA ขึ้นไป
  3. MACD เส้นล่างวิ่งมาตัดเส้นบนขึ้นไป

เงื่อนไขการเข้า Sell

  1. RSI วิ่งตัดเส้น 50 ลงมา
  2. แท่งเทียนวิ่งตัดเส้น SMA ลงมา
  3. MACD เส้นบนวิ่งตัดเส้นล่างลงมา

สรุป Bull Market , Bear Market คือ อะไร ?

Bull market คือ ตลาดที่เป็นเทรนขาขึ้น ในขณะที่ Bear market คือ ตลาดในเทรนขาลงนั่นเองครับ ซึ่งในตลาดแต่ละฝั่งก็จะมีวิธีเทรดทำกำไรหลากหลายรูปแบบ โดยสิ่งที่ไม่ควรทำคือการเทรดส่วนเทรนนั้นเอง ดังนั้นเราจึงแนะนำให้เทรดตามเทรนโดยการใช้ Indicator MACD, RSI, และ MA ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถ Indicator ตัวอื่นได้นะครับ เพราะมันไม่ได้มีจำกัดเพียงเท่านี้

Bull Market , Bear Market คืออะไร forex

ทีมงาน: forexthai.in.th

References

  1. wikipedia.org, bull market ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Bull_(stock_market_speculator) สืบค้นเมื่อ 14/12/2019

แสดงข้อคิดเห็น ให้กำลังใจ

comments