Category Archives: กลยุทธ์เทรด

กลยุทธ และเทคนิคการ Trade Forex จากผู้ที่ประสบความสำเร็จ ทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อให้คุณได้ศึกษา และประยุกต์ใช้เป็นแนวทางของตนเอง

Turtle thrusts คืออะไร ?

เป็นกลยุทธ์ในการค้ากับสายการ  ติดตามเทรนด์อย่างแน่นหนาโดยจะใช้จังหวะหยุดการสูญเสียเทรนด์ของสาย – การติดตามการใช้เป็นกลยุทธ์ในการซื้อของกลยุทธ์นี้ ฝั่งฝั่งซื้อ  (ฝั่งขายตรงกันข้าม) ราคาต้องเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่ารับทั้ง 20 วันและค่าเส้นรับ 50 วันยิ่งไกลยิ่งดี แท่งเทียนเกิดแรงมาก (ปิดบวก) และต้องเป็นแท่งที่มีความกว้างมากที่สุดในรอบ 10 วันหรือเรียกว่า Trust-day เปิดยาวเมื่อแท่งเทียนถัดไปจากนั้นปรับตัวสูงขึ้นของแท่ง Trust-day หยุดการเพิ่มที่ต่ำสุดของแท่งเชื่อถือได้วัน ตัวอย่าง USD / JPY ราคาอยู่ในแนวโน้มขาลงเคลื่อนไหวใต้เส้นค่ารับ 20 วันและ 50 วัน แท่งเทียนเกิดรูปแบบ Trust-day (บวกแรงและกว้างที่สุดในรอบ 10 วัน) เปิดยาว เมื่อแท่งเทียนถัดไปแล้วทะลุขึ้นเหนือสูงของแท่ง Trust-day ตัวอย่าง XAUUSD ( จุดทอง ) ราคาอยู่ในแนวโน้มขาลงเคลื่อนไหวใต้เส้นค่ารับ 20 วันและ 50 วัน แท่งเทียนเกิดรูปแบบ Trust-day (บวกแรงและกว้างที่สุดในรอบ 10 วัน) เปิดยาวเมื่อแท่งเทียนถัดไปแล้วทะลุขึ้นเหนือสูงของแท่ง Trust-day ลองนำไปใช้ในการเทรดกันดูนะครับ … [อ่านต่อ คลิก]

Chart patterns คือ อะไร ?

เทรดเดอร์ Forex ที่เป็นสาย Technical นั้นสามารถแบ่งได้เป็นอีกหลายสาย ในวันนี้ 1 ในสายที่สำคัญคือ สายดูรูปแบบราคา หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Chart patterns นั้น มักจะคุ้นเคยกับรูปแบบราคาของตัวเอง โดยรูปแบบราคา ส่งผลต่อการเทรด และการทำกำไรในการเทรด Forex ซึ่งรูปแบบราคาที่สามารถทำกำไรของแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม จะมีรูปแบบราคาไม่กี่ประเภทเท่านั้นที่จะสามารถสร้างกำไรได้บ่อยเพราะว่า มันเกิดขึ้นบ่อย และสามารถใช้ได้ง่าย สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายนั้นเอง 3 กลุ่มรูปแบบราคา คืออะไร ? รูปแบบราคาที่เป็นที่รู้จักในตลาดเป็นส่วนใหญ่ได้แก่ รูปแบบต่างๆ เช่น Double top , Head and shoulder , สามเหลี่ยม เป็นต้น ซึ่งบทความนี้เราจะมาสรุปประเภทของรูปแบบราคาต่าง ๆ นี้ ออกมาเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. รูปแบบการกลับตัว 2. รูปแบบการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง  3. รูปแบบ  2 ทาง … [อ่านต่อ คลิก]

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเทรด Pin bar คือ อะไร ?

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเทรด Pin bar คือ อะไร ?       เทรดเดอร์ที่เป็นสาย Price action มักใช้แท่งเทียนรูปแบบ Pin bar ในการประการเทรดเป็นส่วนหลักๆกันอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นรูปแบบที่เรียบง่าย และทรงประสิทธิภาพในการเทรด แต่ยังมักเห็นข้อผิดพลาดในการใช้รูปแบบ Pin bar อยู่บ่อยครั้ง ในบทความนี้จะมากล่าวอย่างละเอียดว่าข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเทรด Pin bar นั้นมีอะไรบ้าง ความหมายของ Pin Bar Pin Bar คือรูปแบบกราฟแท่งเทียนรูปแบบหนึ่ง ที่จัดอยู่ในเรื่องของ Price Action ซึ่งประกอบด้วย แท่งเทียนสามแท่ง คือ แท่งตาซ้าย, แท่งจมูก, และแท่งตาขวา โดยในส่วนจมูกจะลากยาวออกมาเป็นเหมือนเข็มหมุด 1. ไม่ดูแนวโน้ม สิ่งแรกที่เทรดเดอร์ควรพิจารณาเลยคือ ทิศทางของแนวโน้ม เราไม่ควรสวนเทรน อาศัยข้อได้เปรียบของการเทรดในช่วงที่ราคาเป็นแนวโน้ม เพื่อคอยเป็นแรงส่งให้ราคาปรับตัวไปในทิศทางที่เราคาดการณ์ การใช้ Pin bar ในการเทรดนั้นควรอยู่ฝั่งเดียวกับแนวโน้มหลัก ไม่ควรสวนเทรน ไม่ควร … [อ่านต่อ คลิก]

รูปแบบ Cups และ Caps คืออะไร ?

Cups และ Caps คือ รูปแบบหมวก และรูปแบบถ้วย โดยคีย์สำคัญของรูปแบบนี้เลยคือเป็นการเทรดแบบสั้นๆ(Short-term) ซึ่งแต่จากรูปแบบ Cup with handle ที่เป็นการเทรดแบบยาว (long-term) เทรดเดอร์หลายคนอาจไม่ค่อยได้ยินชื่อนี้มักสักเท่าไหร่ ส่วนมากจะรู้จักแต่รูปแบบ Cup with handle เป็นส่วนใหญ่ บทความนี้ เราจึงมานำเสนอการเทรดรูปแบบ Cups และ Caps รายละเอียดของรูปแบบ Cups และ Caps นั้นจะประกอบด้วยแท่งเทียน 3 แท่งเทียน หรือ 3 bars กรณีใช้ bar charts รูปแบบ Cups: เป็นสัญญาณ ขาย ในช่วงแนวโน้มขาขึ้น โดยแท่งเทียนตรงกลางระหว่าง 3 แทงเทียนนั้น ต่ำสุด รูปแบบ Caps: เป็นสัญญาณ ซื้อ ในช่วงแนวโน้มขาลง โดยแท่งเทียนตรงกลางระหว่าง 3 แทงเทียนนั้น สูงสุด เครดิต: รูปแบบถ้วย n หมวกของเจสโตเวล … [อ่านต่อ คลิก]

แนวรับ แนวต้าน คือ อะไร ? (ตอนที่ 2)

การหาแนวรับ แนวต้านอย่างง่าย และมีประสิทธิภาพในการใช้งานมากที่สุดเลยคือ แนวรับแนวต้านที่เป็นแบบ “แนวนอน” การหาแนวรับ แนวต้าน ลักษณะนี้ ในขั้นแรกคือหาบริเวณที่ราคาทำ High หรือ Low ที่ระดับเดียวกัน ดังตัวอย่างกราฟด้านล่างที่แสดงให้เห็นถึงการหา แนวรับ ในราคาทองคำ ที่ราคาลงมาย้ำฐานที่ 1050 ดอลลาร์ถึง 2 ครั้ง แล้วดีดตัวกลับขึ้นไป ปัญหาหลักที่เจอเกี่ยวกับ แนวรับ แนวต้าน ทะลุหลอก ราคาวกตัวกลับก่อนแนวรับแนวต้าน วิธีการแก้ไขปัญหาในการตีเส้นแนวรับแนวต้านในลักษณะนี้ คือ สามารถช่วยแก้ไขด้วยการตีลักษณะเป็น Zone หรือเป็นบริเวณ จะสามารถช่วงให้ราคาครอบคลุมบริเวณได้มากขึ้น สามารถจับจังหวะได้มากกว่าวิธีแบบเส้นเดี่ยว ซึ่งจะช่วงได้เทรดเดอร์หลีกเลี่ยงปัญหาการ ทะลุหลอก และ การวกตัวกลับก่อแนวรับแนวต้าน ข้อแนะนำ สิ่งที่แนะนำในการใช้แนวรับแนวต้านในการเทรดนั้น คืออยากให้ใช้เป็นเงื่อนไขประกอบ มากกว่าเป็นการสัญญาณซื้อขาย โดยนำหลักการนี้สามารถต่อไปยอดไปยังการสร้าง Setup การเทรดได้อีกด้วย ทีมงาน: forexthai.in.th

เทรดบนภาพรายวัน คือ อะไร ?

เชื่อไหมว่าเทรดเดอร์มืออาชีพหลายๆ คนเขาไม่ได้มานั่งเฝ้าจอทั้งวัน เขาเพียงแค่เชคกราฟวันละ 1-2 ครั้ง ส่วนมากก็เป็นช่วงเปิด และปิดของวัน แค่นั้น ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก็สามารถเทรดได้กำไรอย่างต่อเนื่อง เพราะอะไรเขาเหล่านั้นถึงทำอย่างนี้ได้รู้ไหมครับ … ก็เพราะว่าเขาบน Time frame “Day” นั่นเองครับ เป็น Time frame ที่เทรดง่าย และมีประสิทธิภาพ เพราะว่า มีเวลาการวิเคราะห์เยอะ ไม่มีถูกอารมณ์ดึงไปจากการแกว่งตัวระหว่างวัน เป็นภาพที่สะท้อนพฤติกรรมของราคาที่ Make sense ที่สุด โดยค่าธรรมเนียมน้อยกว่าการเทรดในภาพสั้น จำพวกราย 5 นาที หรือ 10 นาที ใช้เวลาในการเฝ้าจอน้อย มีเวลาไปวางแผน สร้างกลยุทธ์เทรดต่างๆมากมาย ซึ่งข้อดีต่างๆ เหล่านี้ล้วนทำให้เทรดเดอร์เทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังบริหารเวลาในการใช้ชีวิตได้ดีอีกด้วย อันนี้เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับอาชีพเทรดเดอร์ ตลาด Forex เปิด 24 ชั่วโมง เราไม่มีทางเฝ้าจอได้ตลอดได้ทั้งวันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นเลยที่ต้องไปทำอย่างนั้น เสียทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต เทรดเดอร์มือใหม่มักจะพยายามลงไปเทรด Time frame … [อ่านต่อ คลิก]

เทรดตามแนวโน้ม คืออะไร ?

คือ การเทรดแบบที่ฝรั่งเรียกว่า Trend Following (แปลว่าวิธีการเทรดตามแนวโน้ม) ความหมายของ เทรดตามแนวโน้ม (Trend Following) “การลงทุน ภายใต้สมมุติฐาน ที่ว่า ราคาของค่าเงินจะเคลื่อนที่ไปตามแนวโน้มหลักของมัน จนกว่าแนวโน้มหลักของมันได้เปลี่ยนแปลงไป ในทิศทางอื่นๆ” Trend is your friend คำพูดเดิมๆ ซ้ำๆ ที่เหล่าเทรดเดอร์มือเก๋าชอบพูดกัน ซึ่งที่เหล่าเทรดเดอร์หลายคนพูดถึงแต่สิ่งนี้ก็เพราะว่า การเทรดตามแนวโน้มนั้นจะทำให้เราเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถชนะตลาดได้อย่างยั่งยืน “ข้อผิดพลาดของเทรดเดอร์หลายคนคือพยายามจะจับจังหวะเล็กๆการแกว่งตัวของราคา จนลืมดูภาพใหญ่ – Jack schwager” ในแนวโน้มขาขึ้น: ขนาดการแกว่งตัวขึ้นของราคา มากกว่าขนาดการแกว่งตัวลง ในแนวโน้มขาลง: ขนาดการแกว่งตัวลงของราคา มากกว่าขนาดการแกว่งตัวขึ้น แนวโน้มขึ้น กราฟตัวอย่าง USDCAD ในช่วงแนวโน้มขาขึ้น ช่วงแรกในการขึ้น 350 pips และตามด้วยการย่อตัวลงมา 150 pips และขึ้นต่อที่ 600 pips และย่อตัวลงมา 250 pips และขึ้นรอบใหญ่ที่ 1450 pips ใครที่เล่นฝั่ง Long ก็จะได้เปรียบกว่าค่อนข้างเยอะกว่า แนวโน้มขาลง … [อ่านต่อ คลิก]

ทฤษฎีดาว Dow Theory คืออะไร ?

Charles Dow ถือได้ว่าเป็นบิดาของวงการเลย เนื่องจากเขาได้เป็นคนคิดค้น ดัชนีราคาในการวิเคราะห์ตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกาเป็นคนแรก และเป็นต้นแบบในการวิเคราะห์กราฟทางเทคนิค Dow มีองค์ประกอบสำคัญ 6 ข้อ คือ 1. ราคาได้สะท้อนทุกอย่างไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารต่างๆ พฤติกรรมความต้องการของคนในตลาด ปัจจัยทางพื้นฐานต่างๆ Dow เชื่อว่าได้ถูกสะท้อนออกมาเป็นราคา ณ ขณะนั้นเรียบร้อยแล้ว 2. ราคาเคลื่อนไหวอย่างเป็นแนวโน้ม เมื่อมองในภาพใหญ่แล้ว Dow เชื่อว่าราคาเคลื่อนไหวไปเป็นอย่างมีแนวโน้ม โดยมี 2 แนวโน้ม คือ Bull market (ขึ้น) และ Bear market (ลง) อีกทั้งในทฤษฎีของ Dow นั้นแบ่งแนวโน้มออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) Primary trend หรือแนวโน้มใหญ่ – 1 ปีขึ้นไป 2) Secondary trend หรือแนวโน้มกลาง  – เป็นช่วงการพักตัวของแนวโน้มใหญ่ 3) … [อ่านต่อ คลิก]

การเทรดรูปแบบ Spike คือ อะไร ?

รูปแบบ Spike เป็นลักษณะแท่งเดี่ยว ที่แสดงถึงช่วงที่ราคาผันผวนระหว่างวันค่อนข้างมาก โดยไม่คำนึงว่าราคาต้องเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ขอแค่ว่าเป็นช่วงที่ราคาผันผวนปกติ ซึ่งสังเกตได้ง่ายจากลักษณะของแท่งเทียนที่มีไส้เทียนยาวๆ เกิดขึ้นเด่นขึ้นมาผิดปกติ เครดิต: CMT             จากกราฟตัวอย่างเป็นราคาของพันธบัตรรัฐบาล อายุ 30 ปี ตั้งแต่เดือน มิ.ย. ถึง เดือน ต.ค. ปี 2002 เป็นรูปแบบของ Upward spike หรือ Spike ที่เกิดในช่วงขาขึ้น จะเห็นได้จากช่วงที่เป็น High ของรอบการแกว่งตัว (Swing high) ราคาจะเกิดไส้เทียนยาวๆขึ้นไป และย่อตัวกลับลงมา ในการเทรดรูปแบบนี้ จะเทรดในช่วงที่ราคากลับมาทดสอบแนวต้านของบริเวณที่เกิด Spike อีกครั้ง จากกราฟตัวอย่างด้านบน สังเกตได้ว่าในช่วงที่ราคากลับขึ้นมาทดสอบแนวต้านบริเวณที่เกิด Spike มักจะเป็นการ Failed test หรือ Failed breakout คือราคาจะไม่ทะลุขึ้นไปเลย แต่จะอ่อนตัวลงก่อน เพื่อชะลอการขึ้น ซึ่งจังหวะนี้สามารถเปิด Short เล่นสั้นได้ ส่วนใน … [อ่านต่อ คลิก]

การเทรด Double tops และ Double bottoms คืออะไร ?

รูปแบบ ท็อปส์ซูคู่และพื้นเป็น ที่นิยมกันในหมู่นักลงทุนสาย ราคารูปแบบ อยู่แล้ว ถ้าหากใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น ๆ ก็จะสร้างการใช้งานได้อย่างดีขึ้น แต่อย่างใดที่อยู่ในประจำจังหวะการเข้ามาในจุดที่เป็นคู่ นักเทรดมือใหม่มักจะไม่เข้าใจในช่วงดังกล่าว ดังนั้นในบทความนี้ เราจะอธิบายถึงรูปแบบ Double Top และ Double Bottom ซึ่งเป็นรูปแบบที่สามารถทำกำไรได้และได้รับความนิยมสูงในการวิเคราะห์รูปแบบการวิเคราะห์ Double Top และ Double Bottom ที่เราจะพูดถึงเรื่องนี้จะแตกต่างจากบทความทั่วไป ช่วงบีบให้มือใหม่คลายของ ในช่วงเวลาที่ราคากำลังทำ Double Bottom แล้วเกิดความยุ่งยากในการเก็บรวบรวม  Breakout  หรือเกิดการฝ่าฝืนหลอกมันเป็นช่วงเวลาที่นักการตลาดมืออาชีพจำนวนมากถูกบีบให้ออกจากตลาดคิดว่าราคาจะลงไปอีกแล้ว แต่จำนานราคา วกตัวกลับขึ้นมา ต่อไปในทิศทางเดิม มันเป็นเรื่องยากสำหรับนักลงทุนที่จะทำตาม“ วินัย” และรู้จักการ“ รอ” ให้เป็นเงินมือหนึ่งที่จะใช้ทำนายราคาที่จะยืนยันก่อนใคร ในภาพข้างต้นจะเห็นว่า มีการขยับตัวหลอกของราคา สำหรับครั้งแรกราคาลงมาจุดต่ำสุดและทำท่าจะเคลื่อนไหวเป็นเทรนด์ขาขึ้น หลังจากนั้นมันกลับตัวลงมา ในจุดวงกลมสีน้ำตาล จะเห็นว่า จุดเข้าของเทรดเดอร์นั้นส่วนใหญ่จะเกิดขึ้น ณ จุดกลับตัวไปแล้ว ทำให้การดีดลงมาจุด Low เดิมอีก ทำให้เกิดภาวะทางอารมณ์ คือ เทรดเดอร์จะต้องหวั่นใจว่า มันจะลงไปลึกกว่าเดิมหรือเปล่า ซึ่งนี่แหละครับ … [อ่านต่อ คลิก]

การเทรด Bull trap คือ อะไร ?

ช่วงที่ราคา Breakout ทำ New High เทรดเดอร์มักเปิด Long ตาม แต่หลังจากที่เทรดเดอร์เปิด Long นั้น ราคากลับวกตัวกลับลงมาอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นบ่อยๆ เรียกกันว่า “Bull trap” ซึ่ง Bull trap มักเกิดในช่วงที่ราคาเหมือนจะไปต่อ  ทำให้พวกเทรดเดอร์มือใหม่มักเปิดสถานะในช่วงนั้น และมักตามมาด้วยการขึ้นต่อเพียงเล็กน้อย แล้วค่อยลงหนักๆ เบื้องหลังของ Bull trap 1) เริ่มจากในช่วงแนวโน้มขาขึ้น คนที่ยังไม่มีของ เริ่มอยากเข้ามามีส่วนร่วม 2) เมื่อราคากำลังปรับตัวขึ้น ดึงดูดให้เทรดเดอร์เข้ามีเปิด Position 3) เมื่อราคาทะลุขึ้นทำ High ใหม่ เป็นตัวสร้างความมั่นใจให้เทรดเดอร์ว่ามาถูกทาง และรู้สึกปลอดภัย ซึ่งจุดนี้แหละที่เป็น “กับดัก” 4) ราคาวกกลับลงมา เทรดเดอร์ส่วนมากถือออเดอร์นั้นไว้และคิดว่าเดี๋ยวมันก็กลับขึ้นไป 5) ราคายังคงอ่อนตัวลงต่อ ทำให้เทรดเดอร์ที่เปิด Long ก่อนหน้านี้ประสบกับการขาดทุนอย่างมาก 2 สิ่งสำคัญที่จะป้องกันเหตุการณ์นี้ได้คือ เข้าช้าหน่อย : หลักการนี้อาจยากที่จะเข้าใจหน่อย … [อ่านต่อ คลิก]

Triple day pullbacks คืออะไร ?

กลยุทธ์ Triple day pullbacks คือ การเล่นตามแนวโน้มหลักอาศัยจังหวะที่ราคาย่อตัวระยะสั้นเข้าเทรด เพื่อเข้าไปเก็บกำไร โดยกลยุทธ์นี้ สามารถนำไปเขียนเป็นระบบเทรด และลอง Back test ย้อนหลังได้ เนื่องจากเงื่อนไขทั้งการเข้า และการออกค่อนข้างชัดเจน เงื่อนไขการเปิด Long (ฝั่ง Short ตรงกันข้าม) ADX > 25 , +DI > -DI หรือ ADX > 30 , +DI > -DI เมื่อราคาปรับตัวลดลงต่อเนื่อง 3 วันติดต่อกัน เข้าเปิด Long ที่ราคาปิดของแท่งวันที่ 3 ออกเมื่อราคาผ่านไป 2 วัน (ไม่มี Stop loss) ค่า ADX มากกว่า 25 (ADX = 56) และ +DI มากกว่า … [อ่านต่อ คลิก]

Trend lines และ Horizontal line คืออะไร ?

เทรนไลน์ (Trend lines) คือ เส้นแนวโน้มของราคาในตลาด Forex โดยการตีเส้น Trend lines นั้นถือเป็นแหล่งกำเนิดของ “รูปแบบราคา” ต่างๆ ในเบื้องต้นการตีเส้น Trend lines นั้น เพื่อที่จะระบุแนวโน้มในช่วงนั้น ดูลักษณะราคาที่มีทิศทางการเคลื่อนไหวโดยรวมเป็นอย่างไร โดยหลักในการตีเส้น Trend lines อย่างง่ายๆ มีดังนั้น ประเภทของเทรนด์ไลน์           – เส้นเทรนด์ไลน์ขาขึ้น จะถูกลากจากจุดต่ำสุดจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งในช่วงการขึ้น           – เส้นแนวโน้มบรรทัดขาลง จะลากจากจุดสูงสุดจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งในช่วงการลง             จากตัวอย่างเส้นเทรนด์ไลน์ A แสดงถึงเส้นเทรนด์ไลน์ขาลงส่วนเส้นเทรนด์ไลน์ B, C, D แสดงถึงเส้นเทรนด์ไลน์ขาขึ้น แต่ในส่วนของเส้นเทรนด์ไลน์ B, C, D ซึ่งสามารถทำการลอกเส้นใหม่ได้ดังเส้น 3 ในกราฟ เพื่อให้เป็นเส้นสำคัญโดยสำคัญของการตีเส้นเส้นแนวโน้มนั้นเป็นราคาที่ดีกว่าการทดสอบเส้นดังกล่าวมากเท่าไหร่ยิ่งมีนัยสำคัญมากเท่านั้น การตีเส้นเส้นแนวโน้ม แต่จะง่ายกว่าและมีความเชี่ยวชาญในการใช้งาน คือ เส้นแนวนอน หรือเส้นแนวนอนสามารถใช้การเรียงแนวรับได้เหมือนกัน ลักษณะเส้นแนวนอน … [อ่านต่อ คลิก]

Trending market กับ Sideway market คือ อะไร ?

    สิ่งสำคัญในการเทรดของเทรดเดอร์ทุกท่านไม่ว่าจะเป็นสไตล์ไหนก็ตาม คือต้องการจะรู้ให้ได้ว่าช่วงนี้ตลาดเป็นเทรน (Trending market) หรือไม่เป็นเทรน (Sideway market) เพื่อที่จะได้กำหนดกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมในแต่ละช่วงตลาด เรามาดูวิธีการแบ่งแยกว่าตลาดช่วงไหนเป็นเทรน และช่วงไหนไม่เป็นเทรน จากกราฟที่ปรากฏ เพื่อให้เราเข้าใจความหมายของมัน 3 วิธีการดูอย่างง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพคือ ดูจาก Price action นี่เป็นวิธีการของนักเทคนิครุ่นสมัยก่อนนั้นนิยมใช้กันแต่ไหนแต่ไร แต่ก็ยังใช้ได้จนถึงทุกวันนี้ก็คือการดู High กับ Low เพื่อแบ่งแนวโน้ม           – โดยถ้าราคาทำ Higher Highs (HH) และ Higher Lows (HL) แสดงถึง แนวโน้มขาขึ้น           – แต่ถ้าราคาทำ Lower Highs (LH) และ Lower Lows (LL) แสดงถึง แนวโน้มขาลง ดูจากระดับราคา … [อ่านต่อ คลิก]

Trend, Zone และ Signal คือ อะไร ?

ขอเรียกหลักการนี้ว่า T.Z.S. เป็นแนวคิดที่เอาไว้ช่วยให้เทรดเดอร์ เข้าเทรดอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเป็นหา “แนวโน้ม” , “แนวรับแนวต้าน” และ “จังหวะเข้า” ที่ 3 อย่างนี้ต้องเกิดขึ้นพร้อมกันถึงจะเข้าเทรด เป็นลักษณะการเทรดเป็น Price action หรือดูกราฟเปล่าๆในการวิเคราะห์ Trend เริ่มจาก Trend หรือ แนวโน้ม เราจะดูว่าแนวโน้มในช่วงนั้นเป็น ขาขึ้น หรือ ขาลง ถ้าเป็น ขาขึ้น จะเล่นแต่ฝั่ง Long เพื่อไม่สวนแนวโน้ม และถ้าเป็น ขาลง ก็จะเล่นแต่ฝั่ง Short ซึ่งสังเกตได้ว่าเล่นฝั่ง Long จะได้เปรียบกว่าเล่นฝั่ง Short ค่อนข้างเยอะ Zone จากนั้นก็มาดูแนวรับแนวต้าน โดยเราจะสังเกตเป็นบริเวณ หรือ Zone มากกว่า ที่จะเป็น Level หรือ ระดับ เพราะว่าการเคลื่อนไหวของราคานั้นไม่ได้เป็นระดับเป๊ะ ๆ 100% Signal เป็นหาจุดที่เราจะเปิดออเดอร์นั้นจริงๆ … [อ่านต่อ คลิก]