Forexthai.in.th ย่อให้

  • Breakout คือ รูปแบบของราคาอย่างหนึ่ง มีความหมายตรงตัวคือ “การฝ่าวงล้อม”
  • Breakout มี 2 ประเภท ได้แก่ Breakout ภายในแท่งเทียน และ Breakout ที่แนวรับ-แนวต้าน
  • การใช้ Break Out นั้นใช้เพื่อเป็นสัญญาณเข้าเทรด
  • สิ่งที่เราต้องดูควบคู่กันไปด้วยกับการเกิด Breakout นั้น คือเรื่องของ Volume

 

Breakout (ฝ่าวงล้อม) ในคำศัพย์ forex หมายถึง การเคลื่อนไหวของราคาสกุลเงินหรือสินทรัพย์ที่มีการขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็วเกินกว่าระดับราคาที่คาดการณ์ไว้ โดยทั่วไปแล้ว Breakout จะถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart) เพื่อหาจุดที่เหมาะสมในการเปิด-ปิดสัญญาณซื้อขาย (Trading Signal)

  • โดยเน้นไปที่การศึกษาแนวโน้มของราคา และการสังเกตตัวชี้วัดทางเทคนิคต่างๆ เช่น
    • แบบจำลองกราฟ (Chart pattern)
    • ระดับแนวรับ-แนวต้านทางราคา (Support and Resistance Level)
  • เพื่อเข้าใจแนวโน้มของราคาและหาจุดที่เหมาะสมในการเปิด-ปิดสัญญาณซื้อขายในตลาด Forex หรือตลาดอื่นๆ อีกด้วย
แยกออกจากกรณี
การเกิด Break Out แปลว่ากราฟ “ฝ่าวงล้อม” คือหลุดออกจากแนว side way หรือทะลุแนวรับ หรือแนวต้าน

Breakout (BO) คืออะไร

Breakout ในทางหุ้น หรือ Forex คือการที่กราฟ มีราคาทะลุแนวรับ หรือแนวต้าน (ราคาวิ่งทะลุกรอบราคา ซึ่งภาพของมันก็เหมือน ที่แปลตรงๆจากภาษาอังกฤษ คือ “การฝ่าวงล้อม” นั่นเอง

  • การเกิด Break Out จะเกิดขึ้นเมื่อราคาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ และหลังจากนั้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวทะลุกรอบจึงเรียกว่า Break Out
  • สามารถจับสัญญาณการเกิดได้ด้วยเครื่องมือ หรือ Indicator หลายชนิดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ เทรนไลน์ การใช้ ฟิโบแนนชี่ (Fibonacci) หรือ RSI เป็นต้น 

การนำหลักการ Breakout ไปใช้เทรด 

ในทางเทคนิคและการนำไปใช้ก็คือ ใช้เป็น trade setup แบบหนึ่งที่เทรดเดอร์ Forex ใช้ โดยจะซื้อเมื่อกราฟทะลุแนรับ-แนวต้าน กรอบราคา หรือแนวการตัดสินใจที่วางเอาไว้ 1

หลายคนชอบใช้ setup นี้ เพราะมันง่ายครับ เป็นวิธีซื้อที่ง่ายที่สุดแล้ว ต่างกับซื้อตอนย่อ ซึ่งปวดหัวกว่ามาก เพราะไม่รู้ว่ามันจะย่อไปถึงไหนอีก

โดยปกติช่วงที่มันจะ Break Out ก็ได้แก่ช่วงที่มีการออกข่าวกล่องแดงครับ เตรียมกระสุนรอได้เลย เปิดไม้รัวๆ ส่วนใหญ่ก็จะใช้เวลาเบรกเอาท์ประมาณ 15 นาทีก็จะหมดแรง หรืออาจเป็นเทรนไปต่อได้ ถ้าข่าวนี้เป็นข่าวที่แรงมากๆ อย่างเช่น ข่าว FED ปรับอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น

วิธีดูจุดซื้อจาก Break Out ! เครดิต SUPPERRICH TRADER Online Learning  Focus นาทีที่ 2:16-10:38

ประเภทของ Breakout

Breakout มี 2 ประเภท ได้แก่

  1. Breakout ภายในแท่งเทียน: หมายถึง Breakout ในระยะเวลาสั้นๆ เกิดภายใน กราฟแท่งเทียน เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ซื้อขายอย่างรวดเร็ว หรือ เทรดเดอร์ประเภท Scalping พวกใช้ Timeframe 1-5 นาที
  2. Breakout ที่แนวรับ-แนวต้าน: เป็นเบรกเอาท์ ที่ส่วนใหญ่เราใช้ทำกำไรหนักๆ คือที่เข้าใจกันส่วนใหญ่ ประกอบด้วย 2 แบบคือ
    • Breakout ที่แนวรับ-แนวต้าน เพื่อแสดงการ “เปลี่ยนแปลงแนวโน้ม” (เปลี่ยน Trend): เช่น เปลี่ยนจากเทรนขาลงเป็นขาขึ้น
    • Breakout ที่แนวรับ-แนวต้าน เพื่อแสดงการ “ไปต่อของแนวโน้ม”: ก็คือมีการพักตัวโดยเป็น side way ขณะหนึ่งแล้วไปต่อตาม Trend เดิม

Breakout ประเภทรูปแบบสามเหลี่ยม

การวิเคราะห์ข้อมูลจากกราฟในทางเทคนิค (Technicial Analysis, TA) นอกจากรูปแบบ Breakout หรือการฝ่าวงล้อมของราคา ภายในแท่งเทียน และที่แนวรับ-แนวต้านแล้ว ยังมีรูปแบบการฝ่าวงล้อมในแบบอื่นๆอีก ทั้งนี้จะขอยกตัวอย่างการฝ่าวงล้อม ในรูปแบบสามเหลี่ยม หรือที่เรียกกันว่า Breakout Triangle โดยจะมีชื่อเรียกทั้ง 3 แบบ ดังต่อไปนี้

  1. Ascending triangle
  2. Descending triangle
  3. Symmetrical triangle

โดยทั้ง 3 รูปแบบ จะมีรายละเอียดแต่ละหัวข้อดังต่อไปนี้ คือ 

Breakout ประเภทรูปแบบสามเหลี่ยม
Breakout Triangle โดยจะมีชื่อเรียกทั้ง 3 แบบ ดังต่อไปนี้ 1.Ascending triangle 2.Descending triangle 3.Symmetrical triangle

1. Ascending Triangle (สามเหลี่ยมขาขึ้น Bullish Pattern):

  • เกิดจากเส้น 2 เส้นคือเส้นแนวต้าน แลเส้น Uptrend Line เมื่อเราตีสองเส้นนี้ก็จะทำให้เราได้กรอบที่เอาไว้ใช้ในการเทรด
  • แต่พอถึงระยะหนึ่ง เส้นสองเส้นนี้จะเริ่มบีบเข้าหากัน และกรอบนั้นก็จะแคบลง ภายในกรอบสามเหลี่ยม
  • เมื่อถึงจุดหนึ่ง ราคาจะฝ่าวงล้อม ไม่ขึ้น ก็ลง 

2. Descending Triangle (สามเหลี่ยมขาลง หรือ Bearish Pattern):

  • บางตำราเรียกสามเหลี่ยมมุมก้ม เกิดจาก เส้นแนวรับ และเส้น Downtrend Line ลาดชันลงมาบรรจบกันเป็นรูปสามเหลี่ยม
  • แรงขายที่มีมากในตลาดทำให้กราฟมีทิศทางลง (Bearish)
  • เมื่อถึงจุดหนึ่ง ราคาจะฝ่าวงล้อม ไม่ขึ้น ก็ลง 

3. Symmetrical Triangle (สามเหลี่ยมสมมาตร Sideway Pattern): 

  • เป็นการแสดงแนวโน้มขาขึ้น และ แนวโน้มขาลง ในลักษณะสามเหลี่ยมสมมาตร
  • เกิดขึ้นได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลงเป็นลักษณะที่ “แนวต้านที่ลดลงมาบรรจบการแนวรับที่เพิ่มสูงขึ้น” จนเป็นรูปสามเหลี่ยม สมมาตร (ดังรูปข้างต้น)

ในส่วนของการทำกำไร จากรูปแบบฝ่าวงล้อมสามเหลี่ยมนั้น ให้ดูได้จาก “หากราคามีการฝ่าวงล้อมไปด้านไหน ให้เข้าเทรดด้านนั้น” เช่น ฝ่าวงล้อมราคาวิ่งขึ้น ให้ Buy ตามน้ำไปได้เลย กลับกัน หากราคาวิ่งลง ให้เปิด Sell ตามไปได้เลย อย่าลืม หากราคามีการกลับตัว ให้ปิด Order (Stop Loss) ไปก่อน จากนั้นค่อยหาจังหวะเข้าเทรดใหม่

ประโยชน์ของการใช้ค่า Breakout

1.ช่วยให้เราใช้เป็นข้อมูลในการเปิดออเดอร์ได้

ในทางด้านการวิเคราะห์ทางเทคนิคแล้ว การใช้ Break Out นั้นใช้เพื่อเป็นสัญญาณเข้าเทรด การเรียนรู้การใช้งาน Break out ในประโยชน์ข้อแรกนี้ถือเป็นประโยชน์ ที่มีความสำคัญมากๆ

เพราะว่า เมื่อราคาเกิดการ Breakout แล้ว คุณสามารถเปิดสัญญาเพื่อจะทำการ follow ราคาตามได้เลย  เพราะโดยปกติแล้ว ราคาเมื่อทำการ Breakout แล้ว ราคาจะวิ่งต่อไปค่อนข้างที่จะแรงมาก

ตัวอย่างการฝ่าวงล้อม
กราฟวิ่งเป็นเทรนขาขึ้นในช่องเทรนไลน์ > ต่อมามีการ Sideway เมื่อซูมดูจะเห็นกราฟแบบ Descending triangle > จากนั้นราคามีการ Breakout หลุดแนวรับลงมา

2.ช่วยให้เราสามารถทำกำไรก้อนใหญ่ได้

แน่นอนว่าเมื่อเราเกิดการ Breakout แล้ว เราจะไม่รู้เลยว่าราคานั้นจะวิ่งขึ้น หรือว่าวิ่งลงไปที่ตรงไหน ในราคาเท่าไหร่ ดังนั้นถ้าคุณเปิดสัญญาได้ตามทัน เช่น คุณอาจเลือกใช้คำสั่ง “Pending Order” แบบนี้คุณก็สามารถที่จะทำการ follow ราคาตามไปได้ทันที ส่งผลให้คุณนั้นสามารถทำกำไรก้อนใหญ่ได้นั่นเอง

Breakout คืออะไร forex
รูปแบบการเข้า Oder โดยการตั้ง Sell Stop Pending Oder เข้าในตำแหน่งแนวต้าน ในจุดที่ 1 และ ตั้ง Stop Loss ไว้ที่ปลายไส้เทียน ในจุดที่ 3 ตั้งเป้าหมาย Take Profit ไว้ที่จุดราคา Swing Low ก่อนหน้า โดยใช้ Trailing Stop Loss เพื่อล็อกกำไรจากการเทรดครั้งนี้ด้วย

* การเทรด Breakout อาจจะเจอข้อผิดพลาดได้เช่นกัน แม้ว่าจะทำให้ได้โอกาสในการทำกำไรขนาดใหญ่ แต่ว่าการวิเคราะห์ Breakout ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถทำกำไรได้ก้อนใหญ่ทุกครั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับมุมมองของนักลงทุนด้วยว่า ได้ทำความเข้าใจรูปแบบและพฤติกรรมของราคามากขนาดไหน

สิ่งที่เราควรระลึกเมื่อใช้ค่า Breakout

 1. ดู Volume ร่วมด้วย:

การเกิด Breakout นั้น สิ่งที่เราอาจต้องดูควบคู่กันไปด้วยคือเรื่องของ Volume เพื่อดูว่าการเกิด Breakout ตัวนั้นเป็นการเกิดขึ้นอย่างแท้จริง หรือว่าเกิดจากการที่ คนทำราคาทำราคาหลอกเราเพื่อให้ไล่ราคาตามหรือไม่

เพราะว่าถ้าเป็นดังเช่นกรณีหลังนี้ เท่ากับว่าหากเราไปทำการเปิดสัญญาตามไปโดยไม่รู้ตัว ผลที่ตามมาคือเราจะขาดทุนอย่างหนักเลยนั่นเอง ดังนั้นเมื่อราคาเกิด Breakout แล้ว อย่าลืมดูในเรื่องของ “Volume” ประกอบด้วยเสมอ

2. ใช้ Indicator อื่นเพื่อยืนยัน:

นอกจากนี้ เราจะยังสามารถดูสัญญาณเบรคเอาท์ควบคู่กับการเทรดอย่างอื่น ๆ เช่น การใช้ Moving average การใช้ Bollinger Band การใช้ Fibonnaci Trading ในการเทรด

เพราะว่า การเทรดที่ได้ผลดีนั้น สิ่งที่เราต้องให้ความสนใจอย่างหนึ่งคือ การเกิดสัญญาณร่วม เราไม่สามารถใช้หลักการเทรดเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียวแล้วมาตัดสินใจได้ เราต้องใช้การยืนยันจากสัญญาณเทรดจากเครื่องมืออื่น ๆ นั่นเอง 

บทสรุป Breakout กับการเทรด

 สรุปแล้ว Breakout คือ รูปแบบของราคาที่ทำให้เราสามารถอาศัยประโยชน์ของมันจากการเทรด เพื่อใช้ในการบอกสัญญาณให้จังหวะการเทรด เพราะว่าเมื่อคุณสามารถหาราคา Breakout ที่แท้จริงเจอแล้ว นั่นหมายถึงคุณสามารถทำกำไรได้ทัน เป็นกำไรก้อนใหญ่

เพราะว่า การเกิด Break Out นั้นจะเกิดตั้งแต่ช่วงต้นเทรนด์ ของการเคลื่อนไหวของราคา เมื่อราคาเกิดการเคลื่อนไหว Breakout แล้วเรามักจะได้ต้นของเทรนด์เสมอ 

ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้การเทรด Break Out นั้นสามารถสร้าง Risk : Reward ที่ดีในการลงทุน และสามารถสร้างผลตอบแทนอย่างงามในการที่จะหารูปแบบบของ Trade Setup ที่เกิดขึ้นในรูปแบบ Break Out อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว  สำหรับคลิปวีดีโอแนะนำ เกี่ยวกับ Breakout ดูข้างบนได้เลยครับ ซึ่งในยูทูปยังมีเนื้อหาแนวนี้อีกมาก ลองค้นหาดูได้ครับ

ทีมงาน: forexthai.in.th

References

  1. investopedia, Breakout definition ที่มา: https://www.investopedia.com/terms/b/breakout.asp สืบค้นเมื่อ 9/10/2019

แสดงข้อคิดเห็น ให้กำลังใจ

comments